ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

27 ธันวาคม 2563 | 19:53

FOOD WASTE “ขยะอาหาร” เหลือทิ้งสร้างภาระสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมอาหาร นับเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบทบาทหรือมีส่วนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือกระทั่งกลายเป็นฝ่ายที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมได้

รศ.ดร.รชา เทพษร ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะประเด็นหลัง ซึ่งมีข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ทั่วโลกมี “ขยะอาหาร” (food waste) ถูกทิ้งประมาณ 1 ใน 3 หรือ กว่าร้อยละ 30 จากจำนวนทั้งหมดที่ถูกผลิตขึ้นบริโภคในแต่ละวัน หรือรวมกันประมาณ 1,300 ล้านตันต่อปี จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งที่ว่านี้ นับเป็นปริมาณที่มากพอสำหรับประชากรในทวีปแอฟริกาบริโภคได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน กระบวนการในการผลิตอาหารทุกชนิดนั้น ใช้ทรัพยากร น้ำ พืชที่ใช้เลี้ยงสัตว์ แรงงาน พลังงาน เป็นต้นทุนเช่น การผลิตเนื้อหมู 1 กิโลกรัม ใช้น้ำทั้งหมด 6,000 ลิตร หรือเทียบได้กับการอาบน้ำฝักบัว 188 ครั้ง และเทียบได้กับการอาบน้ำในอ่าง 250 ครั้ง

นอกจากทรัพยากรในขั้นตอนการผลิตแล้ว ยังมีประเด็น เรื่องการกำจัดอาหารเหล่านั้น ซึ่งมีกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ถึงร้อยละ 8 ของสัดส่วนการปล่อยทั้งหมดในแต่ละปี หรือสามารถสร้างภาระก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับที่รถยนต์ 37 ล้านคันผลิตและปล่อยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ

“ขยะอาหาร” นั้น สะท้อนการขาดประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นของการผลิตที่เปล่าประโยชน์ ไม่สอดคล้องกับภาวการณ์การบริโภคจริงในแต่ละวัน ขณะที่ทั่วโลกหรือแทบทุกประเทศ ยังมีผู้ขาดแคลนอาหารเป็นจำนวนมาก รศ.ดร.รชา ระบุอีกว่า ปัญหาขยะอาหารกำลังสะท้อนว่า ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดการเหลือทิ้งก่อขยะให้น้อยที่สุด ซื้ออาหารเท่าที่พอกิน หมั่นตรวจเช็ควันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ บริจาคอาหารที่ไม่ต้องการ แต่ยังกินได้ให้ผู้อื่น สนับสนุนร้านค้าท้องถิ่น หรืออาหารพื้นถิ่น เพื่อลดการใช้พลังงานและมลพิษจากการขนส่ง เจ้าของธุรกิจร้านค้า หรือร้านอาหาร อาจจะจัดตั้งส่วนพิเศษสำหรับอาหารที่จำหน่ายไม่ทัน นำไปลดราคา หรือแจกฟรี หากมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง มาตรการนี้ ก็จะเข้าถึงกลุ่มมีคนอีกมากมายที่ยังขาดแคลนอาหารได้ กฎหมาย มีส่วนในการลดความสูญเสียของอาหาร และสร้างแรงจูงใจในการช่วยแก้ปัญหานี้ได้

“เมื่อปีพ.ศ. 2559 ฝรั่งเศส ได้ออกกฎหมายกำหนดให้ร้านค้าปลีกที่มีเนื้อที่ 400 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องบริจาคอาหารที่เหลือ ไม่ให้นำไปทิ้ง กฎหมายถึงกับระบุโทษ หากไม่ปฏิบัติตามคิดค่าปรับสูงถึง 3,750 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยนับแสนบาท แต่หากใครร่วมมือ ก็สามารถนำมูลค่าอาหารที่บริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ส่วนหนึ่ง การแก้ปัญหาขยะอาหารอย่างจริงจัง จะสร้างประโยชน์มหาศาลทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และสร้างความยั่งยืนในการบริโภคได้” อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร กล่าว